สินค้า

การใช้งานบาร์โค้ดและ SKU

คู่มือฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและ SKU สำหรับการระบุและติดตามสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

สารบัญหน้านี้

การใช้งานบาร์โค้ดและ SKU

ภาพรวม

บาร์โค้ดและ SKU (Stock Keeping Unit) เป็นระบบการระบุที่ช่วยให้คุณติดตามสินค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ Kelola รองรับรูปแบบบาร์โค้ดหลากหลายและอนุญาตให้กำหนด SKU เองได้

ความแตกต่างระหว่างบาร์โค้ดและ SKU

ฟีเจอร์บาร์โค้ดSKU
รูปแบบตัวเลข (มัก 8-13 หลัก)ตัวอักษรและตัวเลข (อิสระ)
มาตรฐานEAN-8, EAN-13, UPCกำหนดเอง
การพิมพ์ต้องใช้เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดพิมพ์ธรรมดาได้
การสแกนใช้เครื่องสแกนพิมพ์/พิมพ์ด้วยมือ

การเพิ่มบาร์โค้ด

เมื่อสร้างสินค้า:

  1. ในแบบฟอร์มเพิ่มสินค้า กรอกช่อง บาร์โค้ด
  2. ใส่หมายเลขบาร์โค้ด (มักพิมพ์ไว้บนแพคเกจสินค้า)
  3. บันทึกสินค้า

สแกนบาร์โค้ด:

  1. แตะช่องบาร์โค้ด
  2. หันกล้องไปที่บาร์โค้ดสินค้า
  3. ระบบจะกรอกหมายเลขบาร์โค้ดโดยอัตโนมัติ

สำหรับสินค้าที่ไม่มีบาร์โค้ด:

คุณสามารถสร้างบาร์โค้ดเองโดยใช้เครื่องมือสร้างบาร์โค้ดออนไลน์ แล้วพิมพ์และติดที่สินค้า

การเพิ่ม SKU

SKU เป็นรหัสภายในของคุณสำหรับระบุสินค้า รูปแบบอิสระตามความต้องการของธุรกิจ

ตัวอย่างรูปแบบ SKU:

  • F&B-BRG-001 (อาหารและเครื่องดื่ม - เบอร์เกอร์ - 001)
  • ELC-HP-SMG-001 (อิเล็กทรอนิกส์ - โทรศัพท์ - Samsung - 001)
  • MIN-COL-330 (เครื่องดื่ม - โค้ก - 330 มล.)

เคล็ดลับการสร้าง SKU:

  • ใช้ตัวย่อหมวดหมู่
  • ใส่ยี่ห้อ/รุ่น
  • ลงท้ายด้วยเลขลำดับ
  • ใช้รูปแบบให้สม่ำเสมอ

การใช้บาร์โค้ดที่แคชเชียร์

  1. เปิดเมนู แคชเชียร์
  2. หันเครื่องสแกนไปที่บาร์โค้ดสินค้า
  3. สินค้าจะถูกเพิ่มลงตะกร้าอัตโนมัติ

หรือ:

  1. กดไอคอน สแกน ที่แคชเชียร์
  2. สแกนบาร์โค้ดโดยใช้กล้อง
  3. สินค้าจะถูกเพิ่มอัตโนมัติ

การจัดการบาร์โค้ด

บาร์โค้ดหลายอันต่อสินค้า

Kelola รองรับหนึ่งบาร์โค้ดต่อสินค้า สำหรับรุ่น/สี (ขนาด/สี) ให้สร้างสินค้าแยกต่างหาก

ค้นหาด้วยบาร์โค้ด

ใช้ฟีเจอร์ค้นหาในหน้าสินค้าโดยใส่หมายเลขบาร์โค้ด